The Noble Qur'an Encyclopedia
Towards providing reliable exegeses and translations of the meanings of the Noble Qur'an in the world languagesYa Seen [Ya Seen] - Thai Translation - Rowwad Translation Center
Surah Ya Seen [Ya Seen] Ayah 83 Location Maccah Number 36
ยา ซีน [1]
ขอสาบานด้วยอัลกุรอานที่มีคำสั่งอันรัดกุม
แท้จริงเจ้า (มุฮัมหมัด) เป็นคนหนึ่งในบรรดาเราะซูลที่ถูกส่งมาอย่างแน่นอน
(เป็นผู้) อยู่บนแนวทางอันเที่ยงธรรม
อัลกุรอานนี้ถูกประทานลงมาจากพระผู้ทรงอำนาจ ผู้ทรงปรานีเสมอ
เพื่อเจ้าจะได้ตักเตือนกลุ่มชนหนึ่ง ซึ่งบรรพบุรุษของพวกเขามิได้ถูกตักเตือนมาก่อน ดังนั้น พวกเขาจึงไม่สนใจ
โดยแน่นอนยิ่ง พระประกาศิตได้เป็นที่สมจริงแล้วแก่ส่วนมากของพวกเขา เพราะพวกเขาไม่ศรัทธา
แท้จริงเราได้คล้องพันธนาการที่คอของพวกเขา มันจึงห้อยลงมาที่คางของพวกเขา ดังนั้น (ศรีษะของ) พวกเขาจึงเงยขึ้น
และเราได้ทำเครื่องกีดขวางไว้ข้างหน้าพวกเขา และเครื่องกีดขวางไว้ข้างหลังพวกเขา และเราได้คลุมพวกเขาไว้อย่างมิดชิด ดังนั้นพวกเขาจึงมองไม่เห็น
และมีผลเท่ากันแก่พวกเขา เจ้าจะตักเตือนพวกเขาหรือไม่ตักเตือนพวกเขาก็ตาม พวกเขาก็จะไม่ศรัทธา
แท้จริงเจ้าสามารถตักเตือนได้เพียงเฉพาะผู้ที่ปฏิบัติตามข้อตักเตือน และเกรงกลัวต่อพระผู้ทรงเมตตาโดยทางลับเท่านั้น ดังนั้น จงแจ้งข่าวดีแก่เขาด้วยการอภัยโทษและการตอบแทนอันมีเกียรติ
แท้จริงเราเป็นผู้ให้คนตายกลับมีชีวิตขึ้น และเราบันทึกสิ่งที่พวกเขาได้ประกอบไว้แต่ก่อน และร่องรอยของพวกเขาและทุกสิ่งนั้น เราได้รวบรวมไว้อย่างครบถ้วนในบันทึกอันชัดแจ้ง
และจงยกอุทธาหรณ์หนึ่งแก่พวกเขาถึงชาวบ้านแห่งหนึ่งให้แก่พวกเขาเถิด ครั้นเมื่อบรรดาเราะซูล (ของเรา) ได้มาหาพวกเขา
เมื่อเราได้ส่งเราะซูลของเราสองคนไปยังพวกเขา พวกเขาได้ปฏิเสธเขาทั้งสอง ดังนั้น เราจึงเสริมด้วยการส่งเราะซูลคนที่สาม แล้วพวกเขาได้กล่าวว่า "แท้จริงพวกเราถูกส่งมายังพวกเจ้า"
พวกเขากล่าวว่า "พวกเจ้าไม่ใช่ใครอื่น นอกจากเป็นสามัญชนเช่นเดียวกับพวกเรา และพระผู้ทรงเมตตาก็ไม่ได้ประทานสิ่งใดลงมา พวกเจ้าไม่ได้เป็นอื่นใดนอกจากการแอบอ้างเท่านั้น"
พวกเขา (บรรดาเราะซูล) กล่าวว่า "พระผู้อภิบาลของเราทรงรู้ดียิ่งว่า แท้จริงเรา (คือเราะซูล) ถูกส่งมายังพวกเจ้าอย่างแน่นอน"
และไม่มีหน้าที่อื่นใดแก่พวกเรานอกจากการประกาศเชิญชวนอันชัดแจ้งเท่านั้น
พวกเขากล่าวว่า "แท้จริงพวกเรารู้สึกเป็นลางร้ายเพราะพวกเจ้า หากพวกเจ้าไม่หยุดยั้งทีเดียว เราจะเอาหินขว้างพวกเจ้าจนตาย และแน่นอน การลงโทษอันเจ็บปวดจากพวกเราจะประสบแก่พวกเจ้า"
พวกเขา (บรรดาเราะซูล) กล่าวว่า "ลางร้ายของพวกเจ้าอยู่กับพวกเจ้าเอง พวกเจ้าได้ถูกตักเตือนมาก่อนแล้วมิใช่หรือ? เปล่าหรอกพวกเจ้าเป็นหมู่ชนผู้ฝ่าฝืนต่างหาก"
และมีชายคนหนึ่งจากสุดหัวเมืองได้มาอย่างรีบเร่ง เขากล่าวว่า "โอ้หมู่ชนของฉันเอ๋ย! จงปฏิบัติตามบรรดาเราะซูลเหล่านี้เถิด"
"พวกเจ้าจงปฏิบัติตามผู้ที่มิได้เรียกร้องค่าตอบแทนอันใดจากพวกเจ้า และพวกเขาเป็นผู้ที่อยู่ในทางนำ"
และฉันมีเหตุผลอันใดเล่าที่ฉันจะไม่เคารพพภักดีผู้ทรงบังเกิดฉัน และยังพระองค์เท่านั้นที่พวกเจ้าจะถูกนำกลับไป
ฉันควรเคารพบูชาพระเจ้าอื่นจากพระองค์กระนั้นหรือ? หากพระผู้ทรงเมตตา ทรงประสงค์จะก่อความทุกข์ยากแก่ฉัน การช่วยเหลือของพวกเขาก็ไม่ก่อประโยชน์อันใดแก่ฉันเลย และพวกเขาก็ไม่สามารถที่จะช่วยฉันให้รอดพ้นได้
แท้จริง เมื่อนั้นฉันจะอยู่ในการหลงผิดอย่างชัดแจ้ง
แท้จริงฉันศรัทธาต่อพระผู้อภิบาลของพวกเจ้า ดังนั้น พวกเจ้าจงฟังฉันเถิด!
มีเสียงกล่าวว่า "จงเข้าไปในสวรรค์เถิด" เขากล่าวว่า "โอ้ มาตรว่าหมู่ชนของฉันได้รู้ (สภาพของฉัน)"
"ถึงการที่พระผู้อภิบาลของฉันทรงอภัยให้แก่ฉัน และทรงทำให้ฉันอยู่ในหมู่ผู้มีเกียรติ"
และเรามิได้ส่งไพร่พลลงมาจากฟากฟ้าแก่หมู่ชนของเขาหลังจากเขา และเราก็มิใช่เป็นผู้ส่งพวกเขาลงมา
มันมิใช่อื่นใดเลยนอกจากเสียงกัมปนาทเพียงครั้งเดียว (โดยฉับพลัน) แล้วเมื่อนั้นพวกเขาก็ดับเงียบ
โอ้ อนิจจาสำหรับปวงบ่าว (ผู้ปฏิเสธความจริง) ไม่มีเราะซูลคนใดมายังพวกเขา เว้นแต่พวกเขาเยาะเย้ยเขา
พวกเขามิได้พิจารณาหรอกหรือว่า ตั้งกี่ศตวรรษมาแล้วก่อนหน้าพวกเขา เราได้ทำลายโดยที่เขาเหล่านั้นมิได้กลับมายังพวกเขา
และแต่ละคนในพวกเขาทั้งหมดจะถูกนำมาปรากฏตัวต่อหน้าเรา
และสัญญาณหนึ่งสำหรับพวกเขาก็คือ แผ่นดินที่ตาย (แห้งแล้ง) เราได้ให้มันมีชีวิต (ความชุ่มชื้น) แก่มัน และเราได้นำเมล็ดพืชออกมาจากมัน ดังนั้นเมล็ดพืชบางส่วนนั้นพวกเขาใช้กิน
และเราได้ทำให้มีในแผ่นดินนั้น สวนหลากหลายมากหลาย จากอินทผลัมและองุ่น และเราได้ทำให้มีน้ำพุพวยพุ่งในนั้น
เพื่อพวกเขาจะได้กินผลไม้ของมันและจากสิ่งที่มือของพวกเขาได้กระทำมันขึ้นมา แล้วพวกเขาจะไม่ขอบคุณกระนั้นหรือ?
มหาบริสุทธิ์ยิ่งแด่พระผู้ทรงสร้างทุกสิ่งทั้งหมดเป็นคู่ๆ จากที่แผ่นดินได้ (ให้มัน) งอกเงยขึ้นมา และจากตัวของพวกเขาเอง และจากสิ่งที่พวกเขาไม่รู้
และสัญญาณหนึ่งสำหรับพวกเขาก็คือกลางคืน เราได้ถอนกลางวันออกจากมัน แล้วทันใดนั้น พวกเขาก็อยู่ในความมืด
และดวงอาทิตย์โคจรตามวิถีของมัน นั่นคือ การกำหนดของพระผู้ทรงอำนาจ ผู้ทรงรอบรู้ยิ่ง
และดวงจันทร์นั้น เราได้กำหนดให้มันโคจรตามตำแหน่ง จนกระทั่งมันได้กลายมาเป็นเช่นกิ่งอินทผลัมแห้ง
ดวงอาทิตย์ไม่อาจไล่ทันดวงจันทร์ได้ และกลางคืนก็ไม่อาจแซงหน้ากลางวันได้ และทั้งหมดต่างโคจรอยู่ในวงโคจรของตนเอง
และสัญญาณหนึ่งสำหรับพวกเขาก็คือ เราได้บรรทุกพงศ์พันธุ์ของพวกเขาไว้ในเรือจนเต็ม
และเราได้สร้างทำนองเดียวกันนี้ (เรือใหญ่) แก่พวกเขา เพื่อให้พวกเขาขับขี่
และถ้าเราประสงค์เราก็จะจมพวกเขาเสีย แล้วจะไม่มีผู้ร้องตะโกนเพื่อขอความช่วยเหลือให้แก่เขา และพวกเขาก็จะไม่ถูกช่วยให้รอด (จากการจมน้ำ) ด้วย
เว้นแต่ด้วยความเมตตาจากเรา และความเพลิดเพลินชั่วระยะเวลาหนึ่ง
และเมื่อได้มีเสียงกล่าวแก่พวกเขาว่า พวกเจ้าจงปกป้องตนเอง ต่อ (การลงโทษ) ที่อยู่เบื้องหน้าพวกเจ้า (ในโลกนี้) และที่อยู่เบื้องหลังพวกเจ้า (ในปรโลก) แน่นอนพวกเจ้าจะได้รับความเมตตา
และไม่มีโองการใด จากบรรดาโองการแห่งพระผู้อภิบาลของพวกเขามายังพวกเขา นอกจากพวกเขาจะทำตัวเป็นผู้ผินหลังให้แก่โองการนั้น
และเมื่อมีการกล่าวแก่พวกเขาว่า "จงบริจาคจากสิ่งที่อัลลอฮ์ทรงประทานเป็นปัจจัยยังชีพแก่พวกเจ้า" บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาก็จะกล่าวแก่บรรดาผู้ศรัทธาว่า "เราควรจะให้อาหารแก่ผู้ที่หากอัลลอฮ์ทรงประสงค์ก็จะให้อาหารแก่เขากระนั้นหรือ?" พวกเจ้ามิใช่อื่นใดนอกจาก (ผู้ที่) อยู่ในการหลงผิดอย่างชัดแจ้ง
และพวกเขากล่าวว่า "เมื่อใดคำสัญญานี้จะเกิดขึ้น หากพวกเจ้าเป็นผู้สัตย์จริง?”
พวกเขามิได้คอยสิ่งใดเลยนอกจากเสียงกัมปนาทเพียงครั้งเดียว ซึ่งจะคร่าชีวิตพวกเขาในขณะที่พวกเขาโต้เถียงกันอยู่
แล้วพวกเขาก็ไม่สามารถจะสั่งเสียอันใด และพวกเขาก็ไม่ทันจะกลับไปยังครอบครัวของพวกเขาได้
และสังข์ได้ถูกเป่าขึ้น ทันใดนั้นพวกเขาก็ออกจากหลุมฝังศพ มุ่งสู่พระผู้อภิบาลของพวกเขาอย่างรีบเร่ง
พวกเขากล่าวว่า "โอ้ความหายนะที่ประสบแก่เรา! ใครเล่าที่ให้เราฟื้นขึ้นจากที่นอนของเรา (ในสุสานนี้) นี่แหละคือสิ่งที่พระผู้ทรงเมตตาได้ทรงสัญญาไว้ และบรรดาเราะซูลได้กล่าวสมจริงแล้ว"
ไม่มีอะไรหรอกนอกจากเสียงกัมปนาทเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ทันใดนั้นพวกเขาทั้งหมดก็จะถูกนำมาปรากฏต่อหน้าเรา
ดังนั้น ในวันนั้นไม่มีชีวิตใดจะถูกอธรรมแม้แต่น้อย และพวกเจ้าจะไม่ได้รับการตอบแทน นอกจากสิ่งที่พวกเจ้าได้ปฏิบัติไว้
แท้จริง ในวันนั้นชาวสวรรค์จะอยู่ในกิจอันสุขสำราญ
พวกเขาและคู่ครองของพวกเขาจะอยู่ภายใต้ร่มเงา เอนกายลงบนเตียงที่สวยงาม
สำหรับพวกเขาในสรวงสวรรค์นั้นจะมีผลไม้หลากชนิด และสำหรับพวกเขาจะมีสิ่งที่พวกเขาต้องการ
(พวกเขาได้รับคำทักทาย) "ความศานติ"! พระดำรัสหนึ่งจากพระเจ้าผู้ทรงปราณีเสมอ
และ (มีเสียงกล่าวแก่บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาว่า) : "โอ้บรรดาผู้กระทำความผิดทั้งหลาย ในวันนี้ พวกเจ้าจงแยกตัวออก (จากบรรดาผู้ศรัทธาเถิด)
ข้ามิได้มีสัญญากับพวกเจ้าหรอกหรือ โอ้ลูกหลานของอาดัมเอ๋ย! ว่าพวกเจ้าอย่าได้เคารพบูชาชัยฏอน แท้จริงมันนั้นเป็นศัตรูตัวฉกาจของพวกเจ้า
และพวกเจ้าจงเคารพภักดีต่อข้า นี่คือแนวทางอันเที่ยงแท้
และโดยแน่นอน มันได้ทำให้หมู่ชนจำนวนมากของพวกเจ้าหลงทาง ทำไมพวกเจ้าจึงไม่ใช้สติปัญญาใคร่ครวญเล่า?
นี่คือนรกญะฮันนัม ซึ่งพวกเจ้าถูกสัญญาไว้
พวกเจ้าจงเข้าสู่ไฟนรกในวันนี้ เนื่องจากสิ่งที่พวกเจ้าได้ปฏิเสธศรัทธา
วันนี้ เราจะผนึกปากของพวกเขา และมือของพวกเขาจะพูดแก่เรา และเท้าของพวกเขาจะเป็นพยานตามที่พวกเขาได้ปฏิบัติไว้
และหากเราประสงค์ เราก็จะทำให้ตาของพวกเขาบอดลง แล้วพวกเขาก็จะคลำหาทาง ด้วยเหตุนั้น พวกเขาจะเห็นได้อย่างไร?
และหากเราประสงค์ แน่นอน เราก็จะแปลงของพวกเขาทั้งหลาย ให้อยู่กับที่ของพวกเขา แล้วพวกเขาก็ไม่อาจจะไปข้างหน้าได้และก็ไม่อาจจะถอยกลับได้
และผู้ใดที่เราทำให้เขามีอายุยืน เราจะให้กลับคืนสู่สภาพเมื่อตอนแรกเกิด แล้วพวกเขาไม่ใช้สติปัญญาใคร่ครวญบ้างหรือ?
และเราไม่ได้สอนบทกวีให้แก่เขา และบทกวีนั้นก็ไม่เหมาะสมสำหรับเขา มันไม่ใช่อื่นใดเลยนอกจากเป็นข้อตักเตือนและอัลกุรอานที่ชัดเจนเท่านั้น
เพื่อตักเตือนผู้ที่มีชีวิต และเพื่อพระประกาศิต (แห่งการตักเตือนนั้น) จะได้พิสูจน์ความจริงแก่บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาทั้งหลาย
และพวกเขามิได้พิจารณาดูหรอกหรือว่า เราได้สร้างปศุสัตว์ขึ้นมาเพื่อพวกเขาจากสิ่งที่มือของเราได้ทำขึ้น แล้วพวกเขาก็ได้ครอบครองมัน
และเราได้ทำให้มันยอมจำนนแก่พวกเขา ดังนั้น บางชนิดมันก็เป็นพาหนะแก่พวกเขา และบางชนิดพวกเขาก็ใช้กินเป็นอาหาร
และในตัวมันนั้นมีประโยชน์มากหลายและเครื่องดื่มสำหรับพวกเขา แล้วพวกเขาจะยังไม่ขอบคุณอีกหรือ?
และพวกเขาได้ยึดเอาพระเจ้าอื่นจากอัลลอฮ์ หวังว่าพวกเขาจะได้รับความช่วยเหลือ (จากมัน)
(สิ่งที่พวกเขาเคารพสักการะนั้น) ไม่สามารถช่วยเหลือพวกเขาได้ และสิ่งเหล่านั้นจะกลายเป็นกองทัพที่จะถูกนำมายังพวกเขา (ในวันฟื้นคืนชีพเพื่อลงโทษพวกเขา)
ดังนั้น อย่าได้ให้คำพูดของพวกเขาเป็นที่เสียใจแก่เจ้า แท้จริงเรารู้ดีถึงสิ่งที่พวกเขาปิดบัง และสิ่งที่พวกเขาเปิดเผย
มนุษย์มิได้พิจารณาดูหรอกหรือว่า เราได้บังเกิดเขามาจากน้ำอสุจิ ดังนั้นจงดูเถิด เขาได้กลายเป็นคู่ปรปักษ์ตัวฉกาจ
และเขาได้ยกอุทาหรณ์เปรียบเทียบแก่เรา และเขาได้ลืมต้นกำเนิดของเขา เขากล่าวว่า "ใครเล่าจะทำให้กระดูกกลับมีชีวิตขึ้นมาอีกในเมื่อมันเป็นผุยผงไปแล้ว"
จงกล่าวเถิด (โอ้ มุฮัมหมัด) พระผู้ทรงได้บังเกิดพวกเขาแต่ครั้งแรกนั้นจะทรงให้พวกเขามีชีวิตขึ้นอีกครั้ง และพระองค์เป็นผู้ทรงรอบรู้การบังเกิดทุกสิ่ง
ผู้ทรงทำให้มีไฟขึ้นสำหรับพวกเจ้าจากต้นไม้เขียวสด (แล้วจงดูเถิด) พวกเจ้าก็ได้จุดมันจากเชื้อไฟนั้น
พระองค์ผู้ได้ทรงสร้างชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินนี้ จะไม่ทรงสามารถที่จะสร้างเช่นเดียวกับพวกเขากระนั้นหรือ แน่นอน และพระองค์เป็นผู้ทรงสร้างที่ยิ่งใหญ่ ผู้ทรงรอบรู้
แท้จริงกิจการของพระองค์ เมื่อพระองค์ประสงค์สิ่งใด พระองค์เพียงตรัสแก่สิ่งนั้นว่า "จงเป็น" แล้วมันก็จะเป็นขึ้นมา
ดังนั้น มหาบริสุทธิ์ยิ่งแด่พระองค์ ผู้ซึ่งในพระหัตถ์ของพระองค์คือการครอบครองทุกสิ่ง และยังพระองค์เท่านั้นที่พวกเจ้าจะถูกนำกลับไป

