عربيEnglish

The Noble Qur'an Encyclopedia

Towards providing reliable exegeses and translations of the meanings of the Noble Qur'an in the world languages

Mount Sinai [At-tur] - Thai Translation - Rowwad Translation Center

Surah Mount Sinai [At-tur] Ayah 49 Location Maccah Number 52

ขอสาบานต่อภูเขาอัฏฏูร

และ(ขอสาบาน)ต่อคัมภีร์ ที่ถูกจารึกไว้

ในแผ่นกระดาษกางแผ่

ขอสาบานต่ออาคารที่ถูกเยือนอย่างสม่ำเสมอ

ขอสาบานต่อท้องฟ้าที่อยู่เบื้องสูง

ขอสาบานต่อทะเลที่ลุกโชติช่วง (ในวันกิยามะฮ์)

แท้จริงการลงโทษของพระผู้อภิบาลของเจ้าจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

ไม่มีผู้ใดจะสามารถยับยั้งมันได้

วันที่ชั้นฟ้าจะสั่นสะเทือนอย่างชุลมุนวุ่นวาย

และเทือกเขาจะปลิวว่อนกระจัดกระจาย

ดังนั้น ความหายนะในวันนั้นจงประสบแก่บรรดาผู้ปฏิเสธ

(คือ) บรรดาผู้ที่อยู่ในการหมกมุ่นกับการละเล่นอย่างไร้สาระ

วันที่พวกเขาถูกผลักลงนรกญะฮันนัมอย่างผลักไสไล่ส่ง

(และมีเสียงกล่าวแก่พวกเขาว่า) "นี่คือไฟนรกที่พวกเจ้าเคยปฏิเสธมัน"

นี่คือมายากลใช่ไหม? หรือว่าพวกเจ้ายังมองไม่เห็น?

จงถูกเผาไหม้อยู่ในนั้น พวกเจ้าจะทนได้หรือทนไม่ได้มันมีค่าเท่ากันสำหรับพวกเจ้า แท้จริงพวกเจ้าจะได้รับการตอบแทนตามที่พวกเจ้าได้กระทำไว้เท่านั้น

แท้จริงบรรดาผู้ยำเกรงนั้นจะได้อยู่ในสรวงสวรรค์ และความสุขสำราญ

ได้รับความสุขอันล้นพ้นตามที่พระผู้อภิบาลของพวกเขาได้ประทานแก่พวกเขา และพระผู้อภิบาลของพวกเขาจะคุ้มครองพวกเขาให้พ้นจากการลงโทษของเปลวไฟ

พวกเจ้าจงกิน จงดื่มอย่างสบายใจตามที่พวกเจ้าได้กระทำไว้

พวกเขาจะนอนเอนกายอยู่บนเตียงนุ่มเรียงชิดติดกัน และเราให้พวกเขามีคู่ครองเป็นหญิงสาวที่มีตาสวยงาม

และบรรดาผู้ศรัทธา บรรดาลูกหลานของพวกเขาที่ดำเนินตามพวกเขาด้วยการศรัทธา เราจะให้ลูกหลานของพวกเขาอยู่ร่วมกับพวกเขา และเราจะไม่ให้การงานของพวกเขาลดหย่อนลงจากพวกเขาแต่อย่างใด แต่ละคนย่อมได้รับการค้ำประกันในสิ่งที่เขาขวนขวายไว้

และเราเพิ่มพูนให้แก่พวกเขา ซึ่งผลไม้และเนื้อตามที่พวกเขาต้องการ

พวกเขาจะแลกเปลี่ยนถ้วยแก้วกันในสวรรค์ จะไม่มีการพูดจาไร้สาระและไม่มีการทำที่ผิดศีลธรรม

และรอบๆ พวกเขาจะมีเด็กผู้ชายที่เหมือนไข่มุกที่ถูกรักษาไว้อย่างดีจะคอยรับใช้พวกเขา

และบางคนในหมู่พวกเขาจะหันหน้าเข้าหากัน สอบถามซึ่งกันและกัน (ถึงชีวิตในดุนยา)

พวกเขากล่าวว่า แท้จริง แต่ก่อนนี้ (ในโลกดุนยา) พวกเราอยู่กับครอบครัวของเราด้วยความวิตกกังวล

ดังนั้น อัลลอฮ์ได้ทรงโปรดปรานแก่เราและได้ทรงปกป้องเราให้พ้นจากการลงโทษแห่งลมร้อน

แท้จริง ก่อนหน้านี้เราได้วิงวอนต่อพระองค์ แท้จริงพระองค์นั้นเป็นผู้ทรงเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ผู้ทรงปรานีเสมอ

ดังนั้น จงตักเตือน (พวกเขาต่อไปเถิด) เนื่องด้วยความโปรดปรานแห่งพระผู้อภิบาลของเจ้า เจ้าไม่ได้เป็นโหร และไม่ได้เป็นคนวิกลจริต

หรือพวกเขากล่าวว่า (มุฮัมหมัด) เป็นกวีคนหนึ่ง ซึ่งเรากำลังคอยให้ภัยพิบัติเกิดขึ้นแก่เขา

จงกล่าวเถิด (มุฮัมหมัด) พวกเจ้าจงคอยเถิด แท้จริงฉันก็จะอยู่ในหมู่ผู้คอยร่วมกับพวกเจ้า

หรือว่าสติปัญญาของพวกเขาใช้พวกเขาให้เชื่อเช่นนั้น หรือว่าพวกเขาเป็นหมู่ชนผู้ฝ่าฝืน

หรือพวกเขากล่าวว่า เขาได้เสกสรรปั้นแต่งอัลกุรอานขึ้นเอง เปล่าหรอก พวกเขาไม่ศรัทธาต่างหาก

ดังนั้น พวกเขาจงนำคำกล่าวเช่นเดียวกันนี้มา หากพวกเขาเป็นผู้สัตย์จริง

หรือว่าพวกเขาถูกบังเกิดมาโดยปราศจากผู้ทรงสร้างหรือว่าพวกเขาเป็นผู้สร้างตัวของพวกเขาเอง

หรือว่าพวกเขาเป็นผู้สร้างชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินนี้ เปล่าเลย เพราะพวกเขาไม่เชื่อมั่นต่างหาก

หรือว่าพวกเขามีขุมทรัพย์แห่งพระผู้อภิบาลของเจ้า หรือว่าพวกเขาเป็นผู้มีอำนาจจัดการ

หรือว่าพวกเขามีบันไดเพื่อพวกเขาจะได้ฟังเรื่องราวต่างๆ ในชั้นฟ้า ดังนั้นก็จงให้คนที่ฟังในหมู่พวกเขานำหลักฐานอันชัดแจ้งมา

หรือว่าพระองค์ทรงมีบุตรสาวหลายคน และพวกเจ้ามีบุตรชายหลายคน

หรือว่าเจ้าได้ขอค่าตอบแทนจากพวกเขา ดังนั้นพวกเขาจึงแบกภาระหนักเพราะมีหนี้

หรือว่าพวกเขารู้ในสิ่งเร้นลับ แล้วพวกเขาก็บันทึกเอาไว้

หรือว่าพวกเขาต้องการที่จะวางแผนร้าย (หากเป็นเช่นนั้น) บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธานั้น พวกเขาต่างหากที่จะหลงกลในแผนร้ายนั้น

หรือว่าพวกเขามีพระเจ้าอื่นจากอัลลอฮ์ มหาบริสุทธิ์ยิ่งแด่อัลลอฮ์จากสิ่งที่พวกเขาตั้งภาคี

ครั้นเมื่อพวกเขาเห็นเศษชิ้นหนึ่งร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า พวกเขาจะกล่าวว่ามันเป็นเพียงก้อนเมฆรวมตัวกัน

ดังนั้นจงปล่อยพวกเขาเถิด จนกว่าพวกเขาจะพบกับวันของพวกเขา(ที่ได้ถูกสัญญาไว้) ซึ่งในวันนั้นพวกเขาจะถูกลงโทษ

วันซึ่งแผนการร้ายของพวกเขาจะไม่อำนวยประโยชน์อันใดแก่พวกเขา และพวกเขาก็จะไม่ได้รับการช่วยเหลือ

และแท้จริงสำหรับบรรดาผู้อธรรมนั้นจะได้รับการลงโทษอื่นจากนั้นอีก แต่ว่าส่วนมากของพวกเขาไม่รู้

ดังนั้น เจ้าจงอดทนต่อพระบัญชาของพระผู้อภิบาลของเจ้า เพราะแท้จริงเจ้านั้นอยู่ในเบื้องสายตาของเราและจงแซ่ซ้องสดุดีด้วยการสรรเสริญพระผู้อภิบาลของเจ้า ขณะเมื่อเจ้าลุกขึ้นยืน(จากที่นอนเพื่อทำการละหมาด)

และจากส่วนหนึ่งของกลางคืน ก็จงแซ่ซ้องสดุดีต่อพระองค์ และเมื่อยามคล้อยลับของหมู่ดาว